แอลกอฮอล์ กับ เซ็กส์ ตัวช่วย หรือทำลาย?

แอลกอฮอล์ กับ เซ็กส์ ตัวช่วย หรือทำลาย?

หลายคนอาจจะคุ้ยเคยว่า แอลกอฮอล์นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการมีเซ็กส์ เพราะว่าความมึนเมานั้นทำให้หนุ่มสาวเองมีความยับยั้งชั่งใจได้น้อยลง การตัดสินใจปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากกรอบกติกาที่เคยสร้างเอาไว้ ก็ทำได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน เราก็คุ้นเคยว่าแอลกอฮอล์ที่มาจากเหล้าเบียร์นั้น ก็ส่งผลเสียต่อเรื่องบนเตียงได้เหมือนกัน เอาเข้าจริงๆ ก็ยัง งงๆอยู่ว่า สรุปแล้วเบีบร์ มันเป็นตัวช่วยเรื่องเซ็กส์หรือไม่?

ก่อนจะไปว่ากันเรื่องนั้น ต้องเริ่มจากการแยกแยะก่อนว่า การมีเซ็กส์ง่าย กับเซ็กส์ที่ดี นั้นเป็นคนละเรื่องกัน นั่นหมายความว่า การที่จะทำให้คนสองคนมีเซ็กส์ได้ง่าย แอลกอฮอล์ช่วยเราได้แน่ๆ ในขณะที่เจ้าแอลกอฮอล์ตัวเดียวกัน ก็จะกลายเป้นอุปสรรคขัดความการถึงจุดความสุขได้ เพราะมันมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ที่เป็นกลไกสำคัญในการทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ นอกจากนี้มันยังมีฤทธิ์ยับนั้งระบบหายใจ การไหลเวียนของเลือด รวมถึงความไวของประสาทสัมผัสด้วย!

ภาพประกอบ Blog 01

 

นอกจากนี้ แอลกอฮอลยังเป็นอุปสรรคต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย อันเป็นผลพวงจากภาวะขาดน้ำ ซึ่งทำให้ปริมาณเลือดลดลง ในขณะเดียวกันฮอร์โมนแองจิโอเท็นซินเพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวมีบทบาทในการควบคุมการบีบตัวของหลอดเลือด และควบคุมความดันของเลือด ดังนั้นเครื่องดื่มมึนเมาแอลกอฮอล์จึงไม่ดีต่อน้องชายของเราแน่ๆ

เอาจริงๆที่เกริ่นมา ก็มีแค่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีต่อเซ็กส์ก็คือ การดื่มแต่พอดี ซึ่งจะทำให้ควบคุมการหลั่งได้ดียิ่งขึ้น แต่เป็นวิธีที่ใช้ได้ชั่วคราว แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว แลอกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลดีต่อเซ็กส์มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับผลเสียด้านอื่นๆ รวมถึงเรื่องสุขภาพด้วย ดังนั้นการแอลกอฮอล์ช่วยให้มีเซ็กส์ง่ายก็จริง แต่คงไม่ช่วยให้มีเซ็กส์ที่ดีได้แน่ๆ

ถ้าตัดไข่ออก จะเกิดอะไรขึ้น!!

ถ้าตัดไข่ออก จะเกิดอะไรขึ้น!!

การตัดไข่ (ถุงอัณฑะ) ออก เป็นหนึ่งวิธีที่ทำให้ร่างกายของผู้ชายมีความใกล้เคียงกับผู้หญิง ว่าง่ายๆก็คือการแปลงเพศ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่มากๆ และส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ดังนั้นบทความนี้ขอเสนอเรื่องของการตัดไข่ออก ถือเป็นเรื่องที่รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม โดยเรื่องของการตัดไข่นั้นเป็นอะไรที่มากกว่าการทำให้ส่วนล่างใลก้เคียงกับสาวๆ แต่ยังส่งผลต่อระบบร่างกายอีกด้วย!

ผลข้างเคียงของการตัดไข่ออกไปนั้น ที่แน่นอนคือพวงองุ่นสองลูกหายไปแน่นอน และไม่มีโอกาสกลับมาเป็นผู้ชาย รวมถึงมีลูกเหมือนผู้ชายปกติได้ เพราะยังไม่มีสถาบันทางการแพทย์ที่ไหนสามารถเก็บลูกอัณฑะแช่แข็ง แล้วเอามาต่อใหม่ได้เหมือนเดิม ส่วนผลทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ถ้าเป็นวัยรุ่น การขาดฮอร์โมนเพศในวัยรุ่นที่เจริญเติบโตยังไม่เต็มที่ อาจมีผลต่อความสูง และมวลกระดูก นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนอีกด้วย! ดังนั้นการตัดใข่ในวัยรุ่นถือเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักๆ และรอบคอบเป็นอย่างมาก 

 

ภาพประกอบ Blog1

 

ในขั้นตอนการตัดไข่ออกนั้น ไม่ใช่ว่าเดินไปหาแพทย์จ่ายเงินแล้วจะทำได้เลย หากจะต้องมีขั้นตอนเพื่อเช็คให้มั่นใจว่าคนๆนั้น พร้อมที่จะตัดจริงหรือไม่ ซึ่งปกติแล้วเด็กที่เป็นเยาวชนอายุน้อย แพทย์เขาจะไม่ทำให้ เพราะถือเป็นช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงไปมาได้ โดยอายุต่ำสุดที่ทางการแพทย์ยอมให้ตัดไข่ได้คือ 18 ปี ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง นั่นหมายความว่าก็ต้องพูดคุยกับที่บ้านระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นจะมีการพบกับจิตแพทย์เพื่อประเมินว่าคนๆนั้นมีสภาพจิตใจที่ต้องการเป็นผู้หญิงจริงๆ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แพทย์จะให้ฮอร์โมนเพศหญิง กับยาต้านฮอร์โมนเพศชาย เพื่อให้ร่างกายมีรูปร่างคล้ายผู้หญิง ลดหนวดเคราลง และให้วัยรุ่นคนๆนั้นใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงสักระยะ ประมาณ 1 – 2 ปี

และเมื่อถึงเวลา ถ้าคนๆนั้นมั่นใจแล้วว่าการเป็นผู้หญิงมีความสุข แพทย์จึงจะพิจารณาตัดไข่ออกไป ซึ่งถือเป็นการ ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ที่ไม่อาจหวนกลับได้

จริงๆเรื่องนี้ก็เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน แต่เรื่องราวนี้ก็ทำให้เราเห็นว่าลูกอัณฑะนั้นก็มีความสำคัญต่อความเป็นชาย ที่ควรรักษาเป็นอย่างยิ่ง ไม่ควรได้รับการกระแทกที่รุนแรง (ใครที่ชอบแกล้งเตะไข่เพื่อน ก็ระวังดีๆ 555 ) โดยบทความนี้ไม่อาจระบุได้ว่า ท้ายที่สุดแล้วการตัดไข่เป็นเรื่องดีหรือไม่ เอาเป็นว่าขึ้นอยู่กับความสุขของแต่ละคนก็แล้วกันครับ 😀

ออรัลเซ็กส์ กับคู่นอนหลายคน เสี่ยงเป็นมะเร็งลำคอ 3 เท่า!

ออรัลเซ็กส์ กับคู่นอนหลายคน เสี่ยงเป็นมะเร็งลำคอ 3 เท่า!

เรื่องของการทำ ออรัลเซ็กส์ นั้น ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คู่รักมักจะทำกันเมื่อยามที่ต้องการช่วงเวลาหฤหรรษ แต่ทว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health  ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าคนที่ทำออรัลเซ็กส์กับคู่นอนมากกว่า 5 คู่มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งในลำคอมากกว่าคนที่มีคู่นอนคู่เดียว และร่วมรักกันตามชองทางปกติมากถึง 3.4 เท่า เนื่องจากติดเชื้อไวรัส Human papillomavirus (HPV) จากหลายๆที่

โดยทีมงานได้ศึกษากับผู้ที่เป็นมะเร็งช่องปาก ในระยะเริ่มต้นจำนวน 100 คน และผู้ที่ ไม่ได้เป็นอีก 200 คน ซึ่งมีการตรวจตัวอย่างเลือด น้ำลาย และศึกษาพฤติกรรมความเป็นอยู่ โดยผลออกมาว่า คนที่ทำออรัลเซ็กส์ให้กับคู่นอนมากกว่า 5 คู่ มีโอกาสเป็นมะเร็งในช่องปากมากกว่าคนทั่วๆไป ซึ่งโอกาสการเป็นมะเร็งมีเพิ่มมากขึ้น สัมพันธ์จำนวนคู่นอนที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งมะเร็งในช่องปากนั้นก็มีที่มาจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่เบอร์ 16 ซึ่งถ้าเซลในช่องปากติดเชื้อนี้แล้ว บุหรี่ กับสุรา แทบไม่ต้องเป็นแนวร่วม ก็ก่อให้เกิดเป็นก้อนมะเร็งได้

 

ภาพประกอบ Blog02

 

ดังนั้นข้อเท็จจริงจากงานวิจัยชิ้นนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นว่า การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ นอกจากทำให้ทีความเสี่ยงต่อการติดกามโรคมากขึ้น ยังมีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้นตามด้วย แต่การทำออรัลเซ็กส์กับคู่รักคนเดียว ก็ยังมีสิทธิ์ติดเชื้อ HPV ได้เช่นกัน หากไม่รักษาความสะอาดของทั้งสองฝ่ายให้ดี

ถ้ามองหาตัวช่วยรักษาความสะอาด อย่าลืมนึกถึง BOND Wash ที่ออกแบบมาเพื่อน้องชาย โดยเฉพาะ รับรองสะอาดห่างไกลเชื้อโรค เมื่อถึงเวลา ลืมกังวลเรื่องเหล่านี้ได้เลย!

4 ความเชื่อผิดๆ เรื่องการเป็นหมัน!

4 ความเชื่อผิดๆ เรื่องการเป็นหมัน!

“การเป็นหมัน” คงไม่ใช่เรื่องเล่นๆสำหรับใครแน่ๆ ถ้าไม่ได้มีความตั้งใจทำเพื่อคุมกำเนิด ซึ่งปัญหานี้เกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยสาเหตุของการเป็นหมันทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีเปอร์เซ็นพอๆกัน แต่ก็มีหลายกรณีที่ไม่ได้ส่งผลให้เป็นหมันจริงๆ แต่ก็ทำให้ใครหลายคนกังวล จนไม่เป็นอันใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดังนั้นบทความนี้เราขอเสนอ ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการในผู้ชาย ที่ถูกเล่าต่อผ่านกันมา ซึ่งบางกรณีดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นหมัน แต่จริงๆแล้วกลับไม่ใช่เลย!

1.ขัดจรวด แล้วเสร็จบ่อยๆ จะทำให้เป็นหมัน : จริงๆแล้วการช่วยตัวเอง หรือการมีเซ็กส์ถึงจุดสุดยอดบ่อยๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัยการทำให้เป็นหมันแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ควรระวังคือ การทำแบบนั้นบ่อยๆ อาจจะส่งผลเรื่องของสุขภาพ และทำให้เราเป็นคนที่เสพติดเซ็กส์ได้ ดังนั้นก็ทำแต่พอเหมาะจะดีที่สุด

2.ดื่มน้ำเต้าหู้บ่อยๆ ทำให้เป็นหมันได้ : ความเชื่อเรื่องนี้ มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าในถั่วเหลืองมีฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ จึงทำให้ผู้ชายที่ชอบน้ำเต้าหู้มีความกังวลว่า ถ้าดื่มมากๆแล้วฮอร์โมนเพศหญิงจะมาแทนที่ แล้วทำให้กลายเป็นมีความผู้หญิงในตัวมากขึ้น อาจะทำให้เป็นหมันได้ ซึ่งจริงๆแล้ว แม้ว่าภาวะการเป็นหมันจะเกิดจากการที่ ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีความผิดปกติ แต่การดื่มน้ำเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลือง เพียง 1 – 2 แก้วต่อวัน ไม่ได้ทำให้ ฮอร์โมนดังกล่าว มีมากขึ้นจนผิดปกติแน่นอน ดังนั้นดื่มได้ไร้กังวล

 

shutterstock_88355536

 

3. ใส่กางเกงรัดไข่ เสี่ยงเป็นหมัน : ความเชื่อนี้มีสาเหตุว่าการใส่กางเกงรัด ทำให้ลูกไข่อัณฑะไม่ได้รับการระบาย ทำให้ถึงอัณฑะมีอุณหภูมิที่สูง จนทำให้อสุจิตายได้ ซึ่งจริงๆแล้ว ถุงอัณฑะมีหน้าที่รักษาอุณหภูมิในที่กักเก็บอสุจิให้คงที่ ไม่ว่าจะใส่บ๊อกเซอร์ หรือขาเดฟรัดๆ ก็ไม่ได้ทำให้อุณหภูมิที่ลูกอัณฑะเปลี่ยนแปลงมาก จะคงอยู่ตำ่กว่าอุณหภูมิในร่างกายประมาณ 5 องศาฟาเรนไฮน์เสมอ

4.เอาโทรศัพท์ใส่ไว้ในกางเกง ทำให้เป็นหมัน : ในเรื่องนี้มีความเชื่อมาจากในโทรศัพท์มือถือ จะมีคลื่นวิทยุ ถ้าเอาไว้ในกระเป๋ากางเกง ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้กับน้องชาย อาจจะทำให้เป็นหมันได้ ซึ่งจริงแล้วเท คโนโลยีสมัยนี้ ได้ผลิตโทรศัทพ์ที่ส่งคลื่นไม่เป็นอันตราย หรือมีส่วนทำให้เป็นหมันแล้ว ดังนั้นขอให้วางใจในเรื่องนี้ได้เลย

ทั้งหมดคือ  4 ความเชื่อผิดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นหมัน ซึ่งจริงๆอาจจะมีมากกว่านี้ แต่นี่คือเรื่องที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เมื่อได้รู้อย่างนี้แล้วก็อาจทำให้ผู้ชายอย่างเราๆใช้ขีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุอีกต่อไป ถ้าใครมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ก็สามารถแชร์กันได้เลยครับ!

อย่าได้เอาจรวด ไปสอดใส่ใน “มะพร้าว” โดยเด็ดขาด

อย่าได้เอาจรวด ไปสอดใส่ใน “มะพร้าว” โดยเด็ดขาด

ในเว็บไซต์ Reddit.com (คล้ายๆกับเว็บ Pantip ในบ้านเรา) มีผู้ใช้นามว่า “coconutthrowaway69” โพสต์เรื่องราวของตัวเอง โดยเขาเล่าว่า ตัวเองได้ค้นพบวิธีสำเร็จความใคร่แบบสุดฟินด้วยมะพร้าวโดยบังเอิญ ซึ่งเขาได้ทำการการเจาะรูที่มะพร้าว ให้พอดีกับน้องชายของตัวเอง จากนั้นก็ใช้เนยเป็นตัวช่วยแทนสารหล่อลื่น ตอนแรกๆไม่เท่าไหร่ แต่พอทำเรื่อยๆเขารู้สึกเลยว่า เนื้อมะพร้าวนี่แหล่ะคือตัวช่วยที่เหมาะสมมาก ผลผลิตธรรมชาติยอดเซ็กส์ทอย เมื่อใช้เสร็จแล้วก็เก็ยไว้ใต้เตียง และนำกลับมาใช้ใหม่

เขายังเล่าต่ออีกว่า ตัวเองได้ทำแบบนี้เป็นสัปดาห์ จนพบว่าจู่ๆก็มีแมลงมากขึ้นในห้องของตัวเอง เขากะว่าจะให้มันทำหน้าที่สุดฟินอีกครั้ง ก่อนจะโยนมะพร้าวนั่นทิ้งซะ แต่กลายเป็นว่า สัมผัสของพร้าวไม่เหมือนเดิม มีอะไรบางอย่างยั่วเยี้ยที่น้องชายของเขาตอนสอดใส่ในมะพร้าว และเมื่อเขาดึงน้องชายออกมา ก็ต้องพบกับภาพที่สยดสยองเมื่อมีตัวอ่อนของแมลงจำนวนมากใต่ที่น้องชายของเขา และมันชอนไชราวกับจะมุดเข้าให้ได้ จนทำให้เขาต้องเขวี้ยงมะพร้าวลงพื้นทันที

ทั้งนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่อย่างไร แต่เอาจริงๆแล้วเรื่องนี้ก็ถือเป็นกรณีศึกษาหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่า

“อย่าได้ น้องชายมุดเข้ามะพร้าวเด็ดขาด!!”

 

ภาพประกอบ Blog02

สาเหตุที่บอกเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะป้องกันน้องชายจากแมลงยั้วเยี้ย ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้แค่เฉพาะมะพร้าวแต่หมายถึงผลไม้นานาชนิดด้วย เพราะว่าในผลไม้ตามธรรมชาติบางชนิดอุดมไปด้วยน้ำตาลซึ่งสามารถส่งผลเสียต่อผิวที่บอบบางอย่างน้องชายเราได้ อีกทั้งผล บางชนิดก็มีผิวที่คมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ รวมถึงบางชนิดก็มีความเป็นกรดส่งผลเสียต่อน้องชายเราได้เช่นกัน จึงไม่คุ้มที่จะเอาน้องชายไปเสี่ยงกับความเสียวแบบพิศดาร แต่เสี่ยงต้องไปหมอเพื่อรักษาอาการเจ็บที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ ซึ่งเรื่องนี้ผู้หญิงก็ไม่ควรทำเช่นกัน

ถ้าเกิดอารมณ์เปลี่ยวจริงๆ ทางที่ดีควรใช้ ‘เซ็กส์ทอย’ จะดีที่สุด เพราะมันออกแบบมาให้เป็นมิตรกับอวัยวะเพศอยู่แล้ว ส่วนผลไม้น่ะมีไว้กินเพื่อความอร่อยและค่อสุขภาพ แต่้ถาใช้ผิดวัตถุประสงค์ มันก็แย่เอาได้เหมือนกัน

_____________________

http://metro.co.uk/2017/08/08/attention-men-please-do-not-put-your-penis-in-a-coconut-6836284/

 

Load More