ไม่มีหมวดหมู่

เรื่องน่ารู้ ก่อนใช้ “ถุงยางอนามัย”

เรื่องน่ารู้ ก่อนใช้ “ถุงยางอนามัย”

“ถุงยางอนามัย” จัดว่าเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่ผู้ชายต้องรู้จักมักคุ้นเป็นที่สุด (ใครไม่รู้จัก แสดงว่าสอบตกสุขศึกษาแน่ๆ) คงไม่ต้องบอกกันแล้วว่ามันใช้อย่างไร แต่วันนี้ BOND ขอชวนคุยเฟื่องเรื่องถุงยางกับข้อสงสัยต่างๆ ที่ถือเป็นเรื่องทั่วๆไป หลายๆคนอาจจะยังไม่อยากรู้ตอนนี้ แต่พอถึงเวลาต้องอยากรู้แน่ๆ หรือบางเรื่องรู้ไว้ก่อนก็ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด ขณะที่เรากำลังหรรษากับคู่รัก

อ่านต่อ คลิก

ออรัลเซ็กส์ กับคู่นอนหลายคน เสี่ยงเป็นมะเร็งลำคอ 3 เท่า!

ออรัลเซ็กส์ กับคู่นอนหลายคน เสี่ยงเป็นมะเร็งลำคอ 3 เท่า!

เรื่องของการทำ ออรัลเซ็กส์ นั้น ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คู่รักมักจะทำกันเมื่อยามที่ต้องการช่วงเวลาหฤหรรษ แต่ทว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health  ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าคนที่ทำออรัลเซ็กส์กับคู่นอนมากกว่า 5 คู่มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งในลำคอมากกว่าคนที่มีคู่นอนคู่เดียว และร่วมรักกันตามชองทางปกติมากถึง 3.4 เท่า เนื่องจากติดเชื้อไวรัส Human papillomavirus (HPV) จากหลายๆที่

โดยทีมงานได้ศึกษากับผู้ที่เป็นมะเร็งช่องปาก ในระยะเริ่มต้นจำนวน 100 คน และผู้ที่ ไม่ได้เป็นอีก 200 คน ซึ่งมีการตรวจตัวอย่างเลือด น้ำลาย และศึกษาพฤติกรรมความเป็นอยู่ โดยผลออกมาว่า คนที่ทำออรัลเซ็กส์ให้กับคู่นอนมากกว่า 5 คู่ มีโอกาสเป็นมะเร็งในช่องปากมากกว่าคนทั่วๆไป ซึ่งโอกาสการเป็นมะเร็งมีเพิ่มมากขึ้น สัมพันธ์จำนวนคู่นอนที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งมะเร็งในช่องปากนั้นก็มีที่มาจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่เบอร์ 16 ซึ่งถ้าเซลในช่องปากติดเชื้อนี้แล้ว บุหรี่ กับสุรา แทบไม่ต้องเป็นแนวร่วม ก็ก่อให้เกิดเป็นก้อนมะเร็งได้

 

ภาพประกอบ Blog02

 

ดังนั้นข้อเท็จจริงจากงานวิจัยชิ้นนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นว่า การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ นอกจากทำให้ทีความเสี่ยงต่อการติดกามโรคมากขึ้น ยังมีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้นตามด้วย แต่การทำออรัลเซ็กส์กับคู่รักคนเดียว ก็ยังมีสิทธิ์ติดเชื้อ HPV ได้เช่นกัน หากไม่รักษาความสะอาดของทั้งสองฝ่ายให้ดี

ถ้ามองหาตัวช่วยรักษาความสะอาด อย่าลืมนึกถึง BOND Wash ที่ออกแบบมาเพื่อน้องชาย โดยเฉพาะ รับรองสะอาดห่างไกลเชื้อโรค เมื่อถึงเวลา ลืมกังวลเรื่องเหล่านี้ได้เลย!

4 ความเชื่อผิดๆ เรื่องการเป็นหมัน!

4 ความเชื่อผิดๆ เรื่องการเป็นหมัน!

“การเป็นหมัน” คงไม่ใช่เรื่องเล่นๆสำหรับใครแน่ๆ ถ้าไม่ได้มีความตั้งใจทำเพื่อคุมกำเนิด ซึ่งปัญหานี้เกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยสาเหตุของการเป็นหมันทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีเปอร์เซ็นพอๆกัน แต่ก็มีหลายกรณีที่ไม่ได้ส่งผลให้เป็นหมันจริงๆ แต่ก็ทำให้ใครหลายคนกังวล จนไม่เป็นอันใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดังนั้นบทความนี้เราขอเสนอ ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการในผู้ชาย ที่ถูกเล่าต่อผ่านกันมา ซึ่งบางกรณีดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นหมัน แต่จริงๆแล้วกลับไม่ใช่เลย!

1.ขัดจรวด แล้วเสร็จบ่อยๆ จะทำให้เป็นหมัน : จริงๆแล้วการช่วยตัวเอง หรือการมีเซ็กส์ถึงจุดสุดยอดบ่อยๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัยการทำให้เป็นหมันแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ควรระวังคือ การทำแบบนั้นบ่อยๆ อาจจะส่งผลเรื่องของสุขภาพ และทำให้เราเป็นคนที่เสพติดเซ็กส์ได้ ดังนั้นก็ทำแต่พอเหมาะจะดีที่สุด

2.ดื่มน้ำเต้าหู้บ่อยๆ ทำให้เป็นหมันได้ : ความเชื่อเรื่องนี้ มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าในถั่วเหลืองมีฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ จึงทำให้ผู้ชายที่ชอบน้ำเต้าหู้มีความกังวลว่า ถ้าดื่มมากๆแล้วฮอร์โมนเพศหญิงจะมาแทนที่ แล้วทำให้กลายเป็นมีความผู้หญิงในตัวมากขึ้น อาจะทำให้เป็นหมันได้ ซึ่งจริงๆแล้ว แม้ว่าภาวะการเป็นหมันจะเกิดจากการที่ ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีความผิดปกติ แต่การดื่มน้ำเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลือง เพียง 1 – 2 แก้วต่อวัน ไม่ได้ทำให้ ฮอร์โมนดังกล่าว มีมากขึ้นจนผิดปกติแน่นอน ดังนั้นดื่มได้ไร้กังวล

 

shutterstock_88355536

 

3. ใส่กางเกงรัดไข่ เสี่ยงเป็นหมัน : ความเชื่อนี้มีสาเหตุว่าการใส่กางเกงรัด ทำให้ลูกไข่อัณฑะไม่ได้รับการระบาย ทำให้ถึงอัณฑะมีอุณหภูมิที่สูง จนทำให้อสุจิตายได้ ซึ่งจริงๆแล้ว ถุงอัณฑะมีหน้าที่รักษาอุณหภูมิในที่กักเก็บอสุจิให้คงที่ ไม่ว่าจะใส่บ๊อกเซอร์ หรือขาเดฟรัดๆ ก็ไม่ได้ทำให้อุณหภูมิที่ลูกอัณฑะเปลี่ยนแปลงมาก จะคงอยู่ตำ่กว่าอุณหภูมิในร่างกายประมาณ 5 องศาฟาเรนไฮน์เสมอ

4.เอาโทรศัพท์ใส่ไว้ในกางเกง ทำให้เป็นหมัน : ในเรื่องนี้มีความเชื่อมาจากในโทรศัพท์มือถือ จะมีคลื่นวิทยุ ถ้าเอาไว้ในกระเป๋ากางเกง ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้กับน้องชาย อาจจะทำให้เป็นหมันได้ ซึ่งจริงแล้วเท คโนโลยีสมัยนี้ ได้ผลิตโทรศัทพ์ที่ส่งคลื่นไม่เป็นอันตราย หรือมีส่วนทำให้เป็นหมันแล้ว ดังนั้นขอให้วางใจในเรื่องนี้ได้เลย

ทั้งหมดคือ  4 ความเชื่อผิดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นหมัน ซึ่งจริงๆอาจจะมีมากกว่านี้ แต่นี่คือเรื่องที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เมื่อได้รู้อย่างนี้แล้วก็อาจทำให้ผู้ชายอย่างเราๆใช้ขีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุอีกต่อไป ถ้าใครมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ก็สามารถแชร์กันได้เลยครับ!

7 วิธีดูแลสุขภาพ ทำให้น้องชายฟิต ปึ๋งปั๋ง

7 วิธีดูแลสุขภาพ ทำให้น้องชายฟิต ปึ๋งปั๋ง

เรื่องของความฟิตปั๋งของน้องชายถือเป็นประเด็นหนึ่งที่ผู้ชายเราให้ความสนใจ จนบางคนอาจต้องหาตัวช่วยอย่างอาหารเสริม เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่คราวนี้บอร์ดขอเสนอ 7 วิธี ที่ทำให้สุขภาพน้องชายของเราแข็งแรงและมีความฟิตพร้อมสู้งานทุกเวลา เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้อะไรเพิ่มเติม หากต้องเริ่มที่ตัวเรา!

1.หลับให้เร็วที่สุดหลังเสร็จภารกิจ

วิธีนี้อาจทำให้คู่รักของเราบ่นอุบบ้างว่า ด้อยประสบการณ์ แต่รู้ไหมว่าถ้าเพื่อสุขภาพของน้องชายที่ดีแล้ว เราควรจะหลับเร็วที่สุดหลังเสร็จภารกิจรักกับเธอ เพราะในช่วงเวลา 3 – 5 ชม. แรกนั้น จะเป็นช่วง ที่ร่างกายจะค่อยพักฟื้นตัวเอง ฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ ด้วยการส่งออกซิเจนผ่านเลือกไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงการชาร์จพลังให้กับน้องชายของเราด้วย ซึ่งมีส่วนทำให้สุขภาพ ทางเพศของเราดีด้วย

2.ไม่ควรนำไปกระแทกกับของแข็ง

ไม่ควรนำน้องชายไปกระแทกกับของแข็งอย่างรุนแรง รวมถึงกระดูเชิงกรานของคู่รักเรา ยามที่เธอขึ้นข้างบนด้วย เพราะบางครั้งความมันส์เกินพอดี ก็อาจทำให้น้องชายเจ็บได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เจ็บแบบเรื้อรังอีกด้วย โดยแม้ว่าน้องชายของเราจะเป็นเหมือนฟองน้ำ แต่ก็ไม่ได้ยืดหยุ่นมากนักยามที่มันแข็ง จึงต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ก่อนที่ความสนุกสุขสรรค์จะเป็นความจุก

3.เลิกสูบบุหรี่

มีงานวิจัยหลายๆชิ้น และบทความทางแพทย์ระบุชัดแล้วว่าการสูบบุหรี่นั้นทำให้มีผลเสียต่อสุขภาพ ยันเรื่องบนเตียงด้วย เพราะทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงน้องชายไม่พอ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาน้องชายก็จะโตไม่ได้เต็มที่อย่างที่เราต้องการ เมื่อไม่เต็มที่ก็ใช้การได้ไม่เต็มเกม็ดเต็มหน่วย ทำให้ความสุขทางเพศลดลงด้วย

 

ภพประกอบ Blog 02

 

5.ไม่ควรเครียดจนเกินไป

หลายคนรู้เลยว่าเวลาที่เครียดๆนั้นมักจะทำงานอะไรออกมาไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อีกทั้งยังส่งผลต่อร่างกายของเราดด้วย ซึ่งผู้ที่ประสบปัญหาทางเพศนั้นส่วนหนึ่งก็มีที่มาจากความเครียด อย่างเช่นการที่รู้สึกผิดกับการตื่นตัวของน้องชายที่ไม่ถูกจังหวพ ก่อให้เกิดความรู้สุกผิด จนกลายเป็นความกดดันตัวเองทำให้สมรรถภาพทางเพศหย่อนได้ ซึ่งจริงๆแล้วการแข็งตัวนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา เราไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ ทำแค่เพียงปิดบังไม่ให้คนอื่นรู้ก็เพียงพอแล้ว

6.ควบคุมระดับน้ำตาลให้เหมาะสมต่อร่างกาย

ระดับน้ำตาลในร่างกายย่อมส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของตัวเราเอง เพราะถ้าระดับน้ำตาลที่มีมากจนเกินไป ก็จะส่งผลทำให้น้องชายแข็งตัวได้ยากขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดส่วนปลายอุดตัน หรือโรคอื่นๆที่เป็ฯภัยต่อร่างกายของเรา โดยทางลดระดับน้ำตาลนั้นก็ทำไม่ยาก แค่เริ่มออกกำลังกายเลย!

7.เวลาหาวให้อ้าปากกว้างๆ

เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากน้องชาย และไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกาย แต่จริงๆแล้ว การหาวนั้นจะทำให้ร่างกายส่งสารเคมีที่เรียกว่า ไนตริกออกไซด์ ไปยังสมอง ซึ่งสามารถควบคุมการหาวของเราเพื่อรับอากาศออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงร่างกายผ่านเส้นเลือด รวมถึงไปหล่อเลี้ยงน้องชายของเราด้วย ดังนั้นเวลาหาวอย่าอั้น ให้อ้าปากกว้างๆเต็มที่เลย

ทั้งหมดคือ 7 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำได้เพื่อน้องชายให้ผิตึ๋งปั๋ง บางวิธีอาจจะดูเหมือนไม่สัมพันธ์ แต่เชื่อเถอว่ากลไกของร่างกายนั้นไม่มีความยังเอิญ ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นใครที่อยากมีสุขภาพดีลองทำตาม 7 วิธีนี้ได้ ไม่เสียหายแน่นอน!

ฉีดน้ำมันมะกอกเข้าน้องชาย วิธีเพิ่มขนาดสุดอันตราย!!

ฉีดน้ำมันมะกอกเข้าน้องชาย วิธีเพิ่มขนาดสุดอันตราย!!

เรื่องของขนากน้องชาย สำหรับบางคนแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะมันอาจช่วยทำให้คู่รักของเขามีความสุขได้ ซึ่งผู้ชายอย่างเราๆ หลายคนก็เชื่ออย่างนั้น จึงได้พยายามหาวิธีเพิ่มขนาดกัน ซึ่งช่วงหนึ่งการฉีดน้ำมันมะกอก เข้าน้องชาย ถือเป็นอีกวิธีที่หลายคนพูด ซึ่งพ่อค้าหัวใสต่างพากันระบุว่า นี่เป็นวิธีนำสารที่สกัดจากธรรมชาติฉีดเข้าไปไม่ส่งผลอันตรายแต่ จริงๆแล้วมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น วันนี้ บอนด์ จึงพาย้อนวันวานถึงอันตรายของการฉีดน้ำมันมะกอกกัน

วิธีนั้นก็ไม่ยากแต่ดูน่ากลัว กล่าวคือ นำน้ำมันมะกอกฉีดเข้าที่อวัยวะเพศเลย แน่นอนว่าแรกเริ่มจะทำให้น้องชายแลดูใหญ่ขึ้นผิดหูผิดตา จนอยากจะเอาไปออกศึกโดยเร็วให้รู้แล้วรู้รอด แต่หลังจากนั้น เกิดผลเสียอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่ามาเคยมีข่าวแล้วว่า มีผู้ป่วยรายหนึ่งใช้วิธ๊ดังกล่าวเพื่อเพิ่มขนาดของเจ้าโลก แต่ท้ายที่สุดแล้วน้องชายของเขาก็เน่า จนใช้การไม่ได้ ในที่สุดทาง อย. ก็ได้ออกมาเตือนเลยว่าวิธ๊ดังกล่าวนั้นเป็นวิธีเพิ่มขนาดที่ไม่ถูกต้อง!!

ภาพประกอบ blog 01

ทาง อย. เตือนว่าการเพิ่มขนาดนั้นเป็นวิธีที่เราฉีด สารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย โดยระบบร่างกายก็จะทำหน้าที่ต่อต้านสารแปลกปลอมนั้น ก่อให้เกิดการระคายเคือง บวม อักเสบ จนถึงขั้นส่งกลิ่นเน่า อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการติดเชื้ออีกด้วย และที่สำคัญ น้ำมันมะกอกนั้นไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในการฉีดเข้าอวัยวะใดๆอีกด้วย

ดังนั้นไม่ว่าจะเพิ่มขนาดด้วยวิธีไหน เราต้องระลึกเสมอว่าการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายย่อมไม่เป็นผลดีแน่นอน สู้ไปหาวิธีที่ไม่ต้อฝเสี่ยงอย่างการนวดจะดีที่สุด หรือทั้งนี้เราอาจจะลองหาวิธีที่ต้องสนเรื่องของขนาด แต่ไปเน้นที่ความสามารถก็ได้ รับรองก็คงทำให้คู่รักมีความสุขได้ไม่แพ้กัน!!

//////////

 

Load More