เคล็ดลับดูเเลสุขภาพชาย

7 วิธีดูแลสุขภาพ ทำให้น้องชายฟิต ปึ๋งปั๋ง

7 วิธีดูแลสุขภาพ ทำให้น้องชายฟิต ปึ๋งปั๋ง

เรื่องของความฟิตปั๋งของน้องชายถือเป็นประเด็นหนึ่งที่ผู้ชายเราให้ความสนใจ จนบางคนอาจต้องหาตัวช่วยอย่างอาหารเสริม เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่คราวนี้บอร์ดขอเสนอ 7 วิธี ที่ทำให้สุขภาพน้องชายของเราแข็งแรงและมีความฟิตพร้อมสู้งานทุกเวลา เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้อะไรเพิ่มเติม หากต้องเริ่มที่ตัวเรา!

1.หลับให้เร็วที่สุดหลังเสร็จภารกิจ

วิธีนี้อาจทำให้คู่รักของเราบ่นอุบบ้างว่า ด้อยประสบการณ์ แต่รู้ไหมว่าถ้าเพื่อสุขภาพของน้องชายที่ดีแล้ว เราควรจะหลับเร็วที่สุดหลังเสร็จภารกิจรักกับเธอ เพราะในช่วงเวลา 3 – 5 ชม. แรกนั้น จะเป็นช่วง ที่ร่างกายจะค่อยพักฟื้นตัวเอง ฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ ด้วยการส่งออกซิเจนผ่านเลือกไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงการชาร์จพลังให้กับน้องชายของเราด้วย ซึ่งมีส่วนทำให้สุขภาพ ทางเพศของเราดีด้วย

2.ไม่ควรนำไปกระแทกกับของแข็ง

ไม่ควรนำน้องชายไปกระแทกกับของแข็งอย่างรุนแรง รวมถึงกระดูเชิงกรานของคู่รักเรา ยามที่เธอขึ้นข้างบนด้วย เพราะบางครั้งความมันส์เกินพอดี ก็อาจทำให้น้องชายเจ็บได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เจ็บแบบเรื้อรังอีกด้วย โดยแม้ว่าน้องชายของเราจะเป็นเหมือนฟองน้ำ แต่ก็ไม่ได้ยืดหยุ่นมากนักยามที่มันแข็ง จึงต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ก่อนที่ความสนุกสุขสรรค์จะเป็นความจุก

3.เลิกสูบบุหรี่

มีงานวิจัยหลายๆชิ้น และบทความทางแพทย์ระบุชัดแล้วว่าการสูบบุหรี่นั้นทำให้มีผลเสียต่อสุขภาพ ยันเรื่องบนเตียงด้วย เพราะทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงน้องชายไม่พอ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาน้องชายก็จะโตไม่ได้เต็มที่อย่างที่เราต้องการ เมื่อไม่เต็มที่ก็ใช้การได้ไม่เต็มเกม็ดเต็มหน่วย ทำให้ความสุขทางเพศลดลงด้วย

 

ภพประกอบ Blog 02

 

5.ไม่ควรเครียดจนเกินไป

หลายคนรู้เลยว่าเวลาที่เครียดๆนั้นมักจะทำงานอะไรออกมาไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อีกทั้งยังส่งผลต่อร่างกายของเราดด้วย ซึ่งผู้ที่ประสบปัญหาทางเพศนั้นส่วนหนึ่งก็มีที่มาจากความเครียด อย่างเช่นการที่รู้สึกผิดกับการตื่นตัวของน้องชายที่ไม่ถูกจังหวพ ก่อให้เกิดความรู้สุกผิด จนกลายเป็นความกดดันตัวเองทำให้สมรรถภาพทางเพศหย่อนได้ ซึ่งจริงๆแล้วการแข็งตัวนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา เราไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ ทำแค่เพียงปิดบังไม่ให้คนอื่นรู้ก็เพียงพอแล้ว

6.ควบคุมระดับน้ำตาลให้เหมาะสมต่อร่างกาย

ระดับน้ำตาลในร่างกายย่อมส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของตัวเราเอง เพราะถ้าระดับน้ำตาลที่มีมากจนเกินไป ก็จะส่งผลทำให้น้องชายแข็งตัวได้ยากขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดส่วนปลายอุดตัน หรือโรคอื่นๆที่เป็ฯภัยต่อร่างกายของเรา โดยทางลดระดับน้ำตาลนั้นก็ทำไม่ยาก แค่เริ่มออกกำลังกายเลย!

7.เวลาหาวให้อ้าปากกว้างๆ

เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากน้องชาย และไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกาย แต่จริงๆแล้ว การหาวนั้นจะทำให้ร่างกายส่งสารเคมีที่เรียกว่า ไนตริกออกไซด์ ไปยังสมอง ซึ่งสามารถควบคุมการหาวของเราเพื่อรับอากาศออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงร่างกายผ่านเส้นเลือด รวมถึงไปหล่อเลี้ยงน้องชายของเราด้วย ดังนั้นเวลาหาวอย่าอั้น ให้อ้าปากกว้างๆเต็มที่เลย

ทั้งหมดคือ 7 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำได้เพื่อน้องชายให้ผิตึ๋งปั๋ง บางวิธีอาจจะดูเหมือนไม่สัมพันธ์ แต่เชื่อเถอว่ากลไกของร่างกายนั้นไม่มีความยังเอิญ ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นใครที่อยากมีสุขภาพดีลองทำตาม 7 วิธีนี้ได้ ไม่เสียหายแน่นอน!

รวม 6 วิธีดูแลน้องชาย ที่เราอาจมองข้าม

รวม 6 วิธีดูแลน้องชาย ที่เราอาจมองข้าม

สำหรับผู้ชายอย่างเราๆ เรื่องของการดูแลน้องชายให้ห่าง จากความสกปรกก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถึงแม้ว่าจะล้างแต่ถ้าทำไม่ถูกวิธี ก็อาจนำมาสู่เชื้อราขึ้น บริเวณนั้น ก่อให้เกิดการคันระคายเคือง จนต้องเกาเป้าเป็นราชาเพลงป๊อบเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราจึงขอรวบรวมวิธีดูแลสุขอนามัยน้องชายที่ถูกต้อง ลองสำรวจดูว่าเราละเลยวิธีไหนไปบ้างหรือไม่

1.เช็คน้องชายว่ามีคราบสกปรกไหม

โดยขั้นตอนนี้เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่ได้ ขลิบน้องชาย ซึ่งการทำความสะอาดแค่หนังหุ้มอาจไม่เพียพอต่อการรักษาสุขอนามัยที่ดีเท่าไหร่นัก ดังนั้นควรที่จะถกและเช็คให้ดี จากนั้นก็ล้างคราบสกปรกขี้เปียก ที่เป็นสาเหตุหลักๆของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ รวมถึงมะเร็งที่องคชาตด้วย

2.ทำความสะอาดให้ดี และเรียบร้อย

ในวิธีนี้ถ้าเป็นไปได้ขอแนะนำให้ชายหนุ่ม ใช้น้ำอุ่นล้างน้องชาย เพราะน้ำอุ่นนั้นมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่าน้ำเย็นแน่นอน (แต่ถ้าร้อนไประวังได้ไข่ต้มนะ 5555)  จากนั้นให้ใช้สบู่ตีเป็นฟองนุ่ม และทำความสะอาดตั้งแต่โคนจรดปลาย อย่าลืมทำความสะอาดง่ามขาด้วย ในส่วนนี้ถ้าจะให้ดี ลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับการล้างน้องชายโดยเฉพาะ ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ อย่าง BOND Wash จะดีมาก เพราะนอกจากจะให้น้องชายหอมนุ่มสุดสะอาดแล้ว ยังไม่ระคายเคืองอีกด้วย

3.เล็มขน มอย บ้างเป็นระยะ

จริงอยู่ที่ขนส่วนนั้นเป็ณประโยชน์มากๆ แต่ถ้ามากเกินไปก็อาจเป็นผลเสียได้ ดังนั้นการเล็มขนออกบ้างจึงเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีส่วนช่วยลดกลิ่นอับเหม็น อันเกิดจากการสะสมของเหงื่อ และลดการระคายเคืองได้ แต่ไม่แนะนำให้โกนออกทีเดียว เพราะแม้ว่าจะทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ระคายเคืองตอนขนขึ้นใหม่ๆอีกด้วย

 

shutterstock_49256347

 

4.ทำความสะอาดน้องชายก่อนออกศึก

เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเป็นการป้องกันกามโรคเข้าไปสู่คู่รัก ซึ่งการทำความสะอาดนั้นต้องทำทั้งสองฝ่าย จะได้สุขแบบสุดๆโดยไม่ต้องระแวงโรค สำหรับผู้ชาย ถ้าเหตุการณ์พาไปอย่างด่วนแบบรอล้างไม่ไหว ขอแนะนำ BOND Wipe ผ้าเช็ดฉุกเฉินที่ใช้ได้แม้ไม่มีน้ำ ซึ่งสามารถฆ่าแบคทีเรียได้ 99.9% สะอาดเหมือนล้างแน่นอน

5.ปล่อยน้องชายตากลม ตากอากาศบ้าง

ในตลอดวันน้องชายเราจะต้องถูกเก็บตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นย่อมก่อให้เกิดกลิ่นอับเป็นเรื่องธรรมดา อันเกิดจากการสะสมของเหงื่อ และแบคทีเรียที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน ในส่วนนี้ขอแนะนำให้พาน้องชายตากอากาศด้วยการไม่ใส่กางเกงในสัก 2 – 3 ชม.เวลาอยู่บ้าน หรือถ้าจะแอ๊ดวานซ์ ก็ไม่ใส่างเกงในนอนก็ได้

6.ดูแลความสะอาดของกางเกงใน

เรื่องนี้สำคัญมากๆ ย้ำว่าควรจะไม่ควรใส่กางเกงซ้ำ ที่หมายถึงกางเกงที่ยังไม่ผ่านกันซัก (ขอดักไว้ก่อน เดี๋ยวมีคนเล่นมุกใส่กางเกงในซ้ำแต่ซักบ่อยๆ 555) เพราะว่าตลอดทั้งวันน้องชายเราผ่านทั้งเหงื่อ และแบคทีเรีย ซึ่งกางเกงในก็เป็นแหล่งสะสมของสิ่งเหล่านั้น หมายความว่า้ถาใส่ซ้ำ น้องชายของเราก็ต้องเจอกับคราบสกปรกแบบคูณสอง ซึ่งไม่เป็นเรื่องดี และมีความเสี่ยงที่จะเป็นชื้อราในร่มผ้าสูงด้วย

นี่คือ 6 วิธีที่เราสามารถดูแลน้องชายได้ไม่ยาก ถือเป็นวิธีที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว อย่าลืมว่าน้องชายของเรานั้นมีความสำคัญมากๆ ถ้าเป็นอะไรไป เราก็คงทุกข์ใจ หรือถ้ามีกลิ่นไม่ดี คู่รักก็อาจจะเบือนหน้ายามฟีทเจอรริ่ง ดังนั้นถ้าทำตามนี้นี้ รับรองกลิ่นร้ายไม่ถามหา เชื้อโรคไม่มากวน แฮปปี้ๆทั้งตัวเรา และคู่รักของเราแน่ๆ!

ฝังมุกที่ “น้องชาย” ดีจริงหรือไม่?

ฝังมุกที่ “น้องชาย” ดีจริงหรือไม่?

เคยมีช่วงหนึ่งที่สังคมเราพูดถึงเรื่องการ “ฝังมุก” ที่น้องชายเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันก็มีพูดถึงกันบ้าง แต่อาจไม่มากเท่าเมื่อก่อน โดยจุดประสงค์นั้นไม่ได้มีเพื่อความสวยงามแต่อย่างใด หากแต่หวังเพิ่มความหรรษาให้กับคู่นอนมากกว่า แต่ก็ยังคงเป็นข้อถกเถียงว่ามันช่วยได้จริงๆหรือไม่ และจะส่งผลเสียอะไรอะไระยะยาวหรือไม่

ก่อนไปหาคำตอบเรื่องนั้น เอาเรื่องของวิธีการฝังก่อน วิธีการก็คือ เอาวัตถุกลมๆขนาดเท่าไข่มุกเล็ก ที่มีทั้งทำมาจากพลาสติก แก้ว โลหะ รวมถึงไข่มุกจริงๆก็มี โดยฝังที่ใต้ผิวหนังรอบน้องชาย ฟังดูแล้วน่ากลัวใช่ไหม (จริงๆก็น่ากลัวนะ) จากนั้นรอให้แผลหายดีแล้ว ก็ใช้งานได้ตามสบาย

ส่วนวิธีนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่า จะช่วยเพิ่มความเสียวได้จริงหรือไม่ เพราะเรื่องบนเตียงคงเป็นเรื่องรสนิยมของแต่ละคนที่มีไม่เหมือนกันแน่นอน เอาเป็นว่าบางคนก็ชอบ ส่วนบางคนก็อาจจกลัวจนเบือนหน้าหนีได้ เพราะบางครั้งดูรวมๆแล้วอาจเหมือนคนเป็นโรค หรืออาจทำให้รู้สึกเจ็บแทนที่จะเพิ่มความเสียวก็เป็นได้

Blog 01 ภาพประกอบ

 

ความจริงการจะบอกว่าดีหรือไม่นั้น ขอให้ลืมประเด็นเรื่องความเสียวได้เลย เพราะต้องอย่าลืมว่าการฝังมุกนั้นคือ “การนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย” เพราะเป็นการฝังใต้ผิวหนังนั่นเอง ส่งผลเสียระยะยาวแน่ๆ ซึ่งที่จริงแล้วการฝังมุกที่อวัยวะเพศนั้นยังไม่เป็นที่การยอมรับทางการแพทย์ และบริเวณอวัยวะเพศชายเป็นบริเวณที่สกปรกได้ง่ายๆ อาจจะทำให้เชื้อโรคจากภายนอกเข้าไป จนอาจติดเชื้อได้ และถ้าหากติดเชื้อมากๆเป็นหนองใหญ่ หรือเป็นเชื้อที่รุนแรง บางทีอาจจะส่งผลร้ายถึงขั้น ต้องตัดอวัยวะเพศก็ได้

ดังนั้นเป็นที่แน่นอนว่าการฝังมุกนั้นไม่ใช่เรื่องดีแต่อย่างใด แต่ถ้าอยากจะลองแนวนี้จริงๆ ก็ให้ลองหาถุงยางที่มีสัมผัสแบบปุ่มก็ได้ แม้อาจจะไม่นูนเท่าฝังไข่มุก แต่ก็ทดแทนกันได้ ส่วนอีกวิธีที่มีแนะนำในโลกออนไลน์อย่าง การนำถั่วเขียวใสถุงยางนั้น อันนี้ก็แล้วแต่คน แต่เราไม่แนะนำ เพราะถ้าใส่ไม่ดีแล้วถั่วเขียวเกิดหลุดขึ้นมา คงแย่แน่ๆ 55555

ขอเวลาวันละ 15 นาที เพิ่มพลังน้องชายให้ฟิตเปรี๊ยะ

ขอเวลาวันละ 15 นาที เพิ่มพลังน้องชายให้ฟิตเปรี๊ยะ

5 นาที      เพิ่มความแข็งแรง

  1. ใช้มือยกส่วนปลายสุดขึ้นมา และดึงเบาๆ ให้ยืดออกไปข้างหน้า จับค้างไว้อย่างนั้น 4 – 5วินาที
  2. ต่อไป ใช้มือข้างที่ถนัด จับทั้งท่อนให้มั่น และโยกไปทางด้านขวา โยกไปจนกระทั่ง รู้สึกตึงนิดๆ จับค้างไว้ 4 – 5 วินาที
  3. ใช้มือจับส่วนหัว และดึงให้ยืดออกไป ทางด้านซ้าย จับค้างไว้ 4 – 5 วินาที
  4. จังหวะนี้ โยกน้องชายลงมาด้านล่าง และจับค้างไว้ 4 – 5 วินาที
  5. ขั้นตอนสุดท้าย จับน้องชายโยกขึ้นด้านบน และจับค้างไว้ 4 -5 วินาที

ปฏิบัติตามซ้ำ ให้ได้ครบ 15 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

aHR0cDovL3AuczFzZi5jb20vbWUvMC91ZC8wLzEwNi9hLW9rLXNpZ24tNDMxLmpwZw==

5 นาที       เพิ่มความฟิต

  1. เพิ่มความฟิตให้กับน้องชายด้วยการฝึกขมิบ เซทละ 15 รอบ ทำจนครบ 10 นาที รับรองว่าฟิตเปรี๊ยะครับ
  2. ก่อนออกศึก นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มพลังให้น้องชาย
  3. เอาน้ำออกก่อนหนึ่งรอบ หากรู้ตัวว่าเป็นคนเสร็จไว

14194493_1132670603445218_1336471385_n

5 นาที      เพิ่มขนาด

  1. นวดน้องชาย จนกระทั่งเริ่มแข็งตัว
  2. ใช้มือข้างที่ถนัด จับที่ส่วนโคน โดยทำมือเป็นสัญลักษณ์ ok นิ้วชี้จรดนิ้วโป้ง
  3. เริ่มที่ส่วนโคน ค่อยๆ รูดมือไปที่ส่วนหัวช้าๆ โดยใช้เวลา 2 -3 วินาที
  4. เมื่อถึงส่วนหัว ใช้มืออีกข้างหนึ่ง ทำเป็นสัญลักษณ์ ok เช่นเดียวกัน และทำแบบเดียวกันกับที่ อีกมือหนึ่ง ทำในครั้งแรก
  5. ปฏิบัติตามซ้ำต่อเนื่องเป็นเวลา 5 นาที ใช้มือทั้งสอง เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ให้มือไปสัมผัส ส่วนปลายสุด

เป็นไงครับ 5 นาทีก็ฟิตน้องชายให้ฟิตแอนด์เฟิร์มได้  (ฮ่าๆ)   หมั่นทำทุกวัน รับรองสุขภาพน้องชายแข็งแรงอย่างแน่นอนคร้าบบบ

ไม่กล้าจูบใคร เพราะเป็น ไวรัสตับบี ..จะมีโอกาสติดครั้งแรกเลยมั้ย

ไม่กล้าจูบใคร เพราะเป็น ไวรัสตับบี ..จะมีโอกาสติดครั้งแรกเลยมั้ย

ไม่ว่าจูบปากประกบ หรือแลกลิ้นก็มีโอกาสติดสูงครับ เพราะ ไวรัสตับบี  หรือไวรัสตับอักเสบบี  ชื่อก็บอกครับว่าเป็นไวรัส  ไวรัสตัวนี้จะติดต่อได้จาก”น้ำลาย” ขนาดดื่มน้ำแก้วเดียวกันยังมีโอกาสติดเลยครับ! แม้จูบในครั้งแรกก็มีโอกาสเสี่ยงสูงมาก  ขึ้นอยู่ว่าอีกคนที่จูบมีวัคซีนป้องกันรึยัง   ยิ่งถ้ามีแผลในปาก การมีเพศสัมพันธ์ หรือการติดต่อกันทางเลือด โอกาสก็ยิ่งจะสูงมาก  โรคไวรัสตับอักเสบบี ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหนึ่ง แนะนำว่าอย่าลืมใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีอะไรกัน อ่านต่อ คลิก

Load More