เคล็ดลับดูเเลสุขภาพชาย

โรคแพ้น้ำอสุจิ มีอยู่จริง!!

โรคแพ้น้ำอสุจิ มีอยู่จริง!!

เชื่อเลยว่าผู้ชายอย่างเราๆหลายคน คุ้ยเคยกับหนังเรท ฉ. ในฉากที่มีน้ำขาวขุ่นพุ่งมาหน้าสาวๆ (เอาเป็นว่ารู้กันนะ…) ซึ่งจริงๆแล้ว บนโลกเรามีโรคหนึ่งที่เป็นหนึ่งในอุปสรรคของกิจกรรมคู่รักก็คือ “โรคแพ้อสุจิ” ฟังแล้วอาจเหมือนพูดเล่น แต่เป็นเรื่องจริง โดยการการของคนที่แพ้ เวลาโดนเจ้าน้ำอสุจิเข้าจะเป็นผื่นคัด มีลมพิษรอบตัว บางคนอาจเป้นหนักถึงขั้นหายใจติดขัด คลื่นไส้อาเจียน และอาจมีอาการอื่นๆตามมา

โดยโรคแพ้อสุจินี้ เกิดจากการที่คนๆนั้นแพ้โปรตีนในอสุจิ ผู้หญิงที่แพ้จะรู้สึกแสบคันที่ช่องคลอด ซึ่งอาจทำให้เป็นอุปสรรคของคู่รักได้ เพราะเมื่ออาการออกแล้วก็ทำให้เธออยากเซย์โนต่อการฟีทเจอร์ริ่งได้ ทำให้โอกาสมีลูกนั้นทำได้ยากขึ้น ดังนั้นวิธีสังเกตทำได้ไม่ยาก ถ้าพบว่าระหว่างมีเซ็กส์ หรือหลังเซ็กส์ คู่รักของเราเป็นผื่น หรือแสบคันระคายเคืองน้องสาว ก็ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และรักษา เพื่อให้เกิดอาการแพ้น้อยลง แต่ถ้าคนไหนแพ้มากๆ จนไม่สามารถรักษาด้วยยาได้ ก็อาจจะต้องทำการปฏิสนธิภายนอก หาต้องการมีลูกจริงๆ

ภาพประกอบ Blog 02

สำหรับผู้ชายเองก็มีสิทธิเป็นโรคนี้ได้เช่นกันนะ! สังเกตได้จากหลังที่มีการหลั่งอสุจิผ่านท่อปัสสาวะแล้ว คนที่แพ้จะมีอาการหวัด น้ำมูกไหล ไข้ขึ้น หรือปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง แต่ผู้ชายที่เป็นโรคนี้จะพบได้น้อยมากๆ

เอาเข้าจริงๆแล้วโรคนี้สามารถป้องกันได้ไม่ยาก นั่นก็คือการใส่ถุงยางอนามัย ถือเป็นวิธีหนึ่งในการป้องกันอาการแพ้ของผู้หญิงได้ แต่ส่วนคนที่วางแผนครอบครัววางใจได้เลยว่าอาการแพ้ดังกล่าวไม่ส่งผลต่อความผิดปกติของเด็ก ดังนั้นก่อนที่จะร่วมรักหรือทำอะไร ควรศึกษาคู่รักให้ดี ว่าเธอเป็นโรคนี้หรือไม่ เพื่อการป้องกันและการมีความสุขร่วมกันดีที่สุด 😀 อ่านต่อ คลิก

แอลกอฮอล์ กับ เซ็กส์ ตัวช่วย หรือทำลาย?

แอลกอฮอล์ กับ เซ็กส์ ตัวช่วย หรือทำลาย?

หลายคนอาจจะคุ้ยเคยว่า แอลกอฮอล์นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการมีเซ็กส์ เพราะว่าความมึนเมานั้นทำให้หนุ่มสาวเองมีความยับยั้งชั่งใจได้น้อยลง การตัดสินใจปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากกรอบกติกาที่เคยสร้างเอาไว้ ก็ทำได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน เราก็คุ้นเคยว่าแอลกอฮอล์ที่มาจากเหล้าเบียร์นั้น ก็ส่งผลเสียต่อเรื่องบนเตียงได้เหมือนกัน เอาเข้าจริงๆ ก็ยัง งงๆอยู่ว่า สรุปแล้วเบีบร์ มันเป็นตัวช่วยเรื่องเซ็กส์หรือไม่?

ก่อนจะไปว่ากันเรื่องนั้น ต้องเริ่มจากการแยกแยะก่อนว่า การมีเซ็กส์ง่าย กับเซ็กส์ที่ดี นั้นเป็นคนละเรื่องกัน นั่นหมายความว่า การที่จะทำให้คนสองคนมีเซ็กส์ได้ง่าย แอลกอฮอล์ช่วยเราได้แน่ๆ ในขณะที่เจ้าแอลกอฮอล์ตัวเดียวกัน ก็จะกลายเป้นอุปสรรคขัดความการถึงจุดความสุขได้ เพราะมันมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ที่เป็นกลไกสำคัญในการทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ นอกจากนี้มันยังมีฤทธิ์ยับนั้งระบบหายใจ การไหลเวียนของเลือด รวมถึงความไวของประสาทสัมผัสด้วย!

ภาพประกอบ Blog 01

 

นอกจากนี้ แอลกอฮอลยังเป็นอุปสรรคต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย อันเป็นผลพวงจากภาวะขาดน้ำ ซึ่งทำให้ปริมาณเลือดลดลง ในขณะเดียวกันฮอร์โมนแองจิโอเท็นซินเพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวมีบทบาทในการควบคุมการบีบตัวของหลอดเลือด และควบคุมความดันของเลือด ดังนั้นเครื่องดื่มมึนเมาแอลกอฮอล์จึงไม่ดีต่อน้องชายของเราแน่ๆ

เอาจริงๆที่เกริ่นมา ก็มีแค่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีต่อเซ็กส์ก็คือ การดื่มแต่พอดี ซึ่งจะทำให้ควบคุมการหลั่งได้ดียิ่งขึ้น แต่เป็นวิธีที่ใช้ได้ชั่วคราว แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว แลอกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลดีต่อเซ็กส์มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับผลเสียด้านอื่นๆ รวมถึงเรื่องสุขภาพด้วย ดังนั้นการแอลกอฮอล์ช่วยให้มีเซ็กส์ง่ายก็จริง แต่คงไม่ช่วยให้มีเซ็กส์ที่ดีได้แน่ๆ

ถ้าตัดไข่ออก จะเกิดอะไรขึ้น!!

ถ้าตัดไข่ออก จะเกิดอะไรขึ้น!!

การตัดไข่ (ถุงอัณฑะ) ออก เป็นหนึ่งวิธีที่ทำให้ร่างกายของผู้ชายมีความใกล้เคียงกับผู้หญิง ว่าง่ายๆก็คือการแปลงเพศ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่มากๆ และส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ดังนั้นบทความนี้ขอเสนอเรื่องของการตัดไข่ออก ถือเป็นเรื่องที่รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม โดยเรื่องของการตัดไข่นั้นเป็นอะไรที่มากกว่าการทำให้ส่วนล่างใลก้เคียงกับสาวๆ แต่ยังส่งผลต่อระบบร่างกายอีกด้วย!

ผลข้างเคียงของการตัดไข่ออกไปนั้น ที่แน่นอนคือพวงองุ่นสองลูกหายไปแน่นอน และไม่มีโอกาสกลับมาเป็นผู้ชาย รวมถึงมีลูกเหมือนผู้ชายปกติได้ เพราะยังไม่มีสถาบันทางการแพทย์ที่ไหนสามารถเก็บลูกอัณฑะแช่แข็ง แล้วเอามาต่อใหม่ได้เหมือนเดิม ส่วนผลทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ถ้าเป็นวัยรุ่น การขาดฮอร์โมนเพศในวัยรุ่นที่เจริญเติบโตยังไม่เต็มที่ อาจมีผลต่อความสูง และมวลกระดูก นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนอีกด้วย! ดังนั้นการตัดใข่ในวัยรุ่นถือเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักๆ และรอบคอบเป็นอย่างมาก 

 

ภาพประกอบ Blog1

 

ในขั้นตอนการตัดไข่ออกนั้น ไม่ใช่ว่าเดินไปหาแพทย์จ่ายเงินแล้วจะทำได้เลย หากจะต้องมีขั้นตอนเพื่อเช็คให้มั่นใจว่าคนๆนั้น พร้อมที่จะตัดจริงหรือไม่ ซึ่งปกติแล้วเด็กที่เป็นเยาวชนอายุน้อย แพทย์เขาจะไม่ทำให้ เพราะถือเป็นช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงไปมาได้ โดยอายุต่ำสุดที่ทางการแพทย์ยอมให้ตัดไข่ได้คือ 18 ปี ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง นั่นหมายความว่าก็ต้องพูดคุยกับที่บ้านระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นจะมีการพบกับจิตแพทย์เพื่อประเมินว่าคนๆนั้นมีสภาพจิตใจที่ต้องการเป็นผู้หญิงจริงๆ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แพทย์จะให้ฮอร์โมนเพศหญิง กับยาต้านฮอร์โมนเพศชาย เพื่อให้ร่างกายมีรูปร่างคล้ายผู้หญิง ลดหนวดเคราลง และให้วัยรุ่นคนๆนั้นใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงสักระยะ ประมาณ 1 – 2 ปี

และเมื่อถึงเวลา ถ้าคนๆนั้นมั่นใจแล้วว่าการเป็นผู้หญิงมีความสุข แพทย์จึงจะพิจารณาตัดไข่ออกไป ซึ่งถือเป็นการ ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ที่ไม่อาจหวนกลับได้

จริงๆเรื่องนี้ก็เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน แต่เรื่องราวนี้ก็ทำให้เราเห็นว่าลูกอัณฑะนั้นก็มีความสำคัญต่อความเป็นชาย ที่ควรรักษาเป็นอย่างยิ่ง ไม่ควรได้รับการกระแทกที่รุนแรง (ใครที่ชอบแกล้งเตะไข่เพื่อน ก็ระวังดีๆ 555 ) โดยบทความนี้ไม่อาจระบุได้ว่า ท้ายที่สุดแล้วการตัดไข่เป็นเรื่องดีหรือไม่ เอาเป็นว่าขึ้นอยู่กับความสุขของแต่ละคนก็แล้วกันครับ 😀

“บิลเงินสด” มีสารเคมี ทำให้เซ็กส์เสื่อมได้!!

“บิลเงินสด” มีสารเคมี ทำให้เซ็กส์เสื่อมได้!!

อ่านหัวข้อแล้วอาจจะต้องขยี้ตา 2 – 3 ที แล้วถามออกมาดังๆว่า “เรื่องจริงเหรอเนี่ย!!” เพราะดูเหมือน่าบิลเงินสดที่ห้างสรรพสินค้า ไม่น่าจะมีสารอันตรายที่เข้าสู่ร่างกายได้ อีกทั้งเราก็ไม่ได้กินมันเข้าไปด้วย แล้วจะส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศได้ยังไง!! แต่รู้หรือไม่ว่านักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบมาว่า หมึกที่ใช้พิมพ์ใบเสร็จนั้นมีสารเคมีตัวตัวหนึ่ง ที่สามารถลดฮอร์โมนเพศชายได้

ในใบเสร็จรับเงินนั้นจะมีสารเคมีตัวหนึ่งที่เรียกว่า Bisphenol A หรือเรียกสั้นๆว่า​ BPA ซึ่งเจ้าสารตัวนี้จะเข้าสู่ร่างกายได้เมื่อเรากินอาหารกระป๋อง ซึ่งเป็นสารที่ถูกใช้บุภายในกระป๋อง รวมถึงถูกนำไปใช้ผลิตพลาสติกอย่างแข็ง ซึ่งทางสากลได้มีข้อตกลงกันว่า ห้ามใช้ BPA ผลิตขวดนมด้วยซ้ำ แต่ในบิลเงินสดก็อุดมด้วยสาร BPA จะอยู่ในกระดาษที่ไวต่อความร้อน ซึ่งนิยมใช้ในเครื่องแฟ็กซ์ และเครื่องคิดเงิน โดยกระดาษจะกลายเป็นสีดำเมื่อโดนความร้อน และดูเหมือนใช้หมึกพิมพ์ แต่จริงๆแค่เครื่องพิมพ์ใช้ความร้อนในการพิมพ์ต่างหาก

สำหรับการสัมผัสสาร BPA นั้นในระยะยาวอาจจะส่งผลทำให้แรงขับกระตุ้นทางเพศลดลง และกระต้นให้เกิดไขมันรอบเอว สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เซ็กส์เสื่อม นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบต่อมไร้ท่อและฮอร์โมน ทำให้ขัดขวางการหลั่งฮอร์โมนอีกด้วย รวมถึงสร้างความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ และสำหรับผู้หญิงก็อาจจะทบกับลูกในครรภ์ได้

 

ภาพประกอบ Blog 2

 

ทางด้าน Dr.Shelly Ehrlich จาก Cincinnati Children’s Hospital Medical Center ในรัฐ Ohio ได้ทำการวิจัยด้วยการเลือดกลุ่มตัวอย่าง 24 คน อายุไม่ตำกว่า 18 ปี โดยได้วัดค่า BPA ในปัสสาวะก่อนซึ่งพบว่ามีสาร BPA ร้อย จากนั้นก็ให้กลุ่มตัวอย่างลองจับบิลเงินสดเป็นเวลา 2 ชม. ด้วยมือเปล่า กลับพบว่า สาร BPA นั้มมีความเข้มข้นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คิดเป็นความเข้มข้น 1 / 4 เมื่อเทียบกับคนที่ทานอาหารกระป๋อง

สำหรับการสัมผัสสาร BPA นั้นในระยะยาวอาจจะส่งผลทำให้แรงขับกระตุ้นทางเพศลดลง และกระต้นให้เกิดไขมันรอบเอว เสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เซ็กส์เสื่อม นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบต่อมไร้ท่อและฮอร์โมน ทำให้ขัดขวางการหลั่งฮอร์โมนอีกด้วย รวมถึงสร้างความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ และสำหรับผู้หญิงก็อาจจะทบกับลูกในครรภ์ได้

อ่านแล้วอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป ไม่ใช่ว่าจากนี้ไปแขยงบิลเงินสดเลย เรื่องนี้พอจะมีวิธีแก้อยู่ก็คือ ภายหลังที่จับใบเสร็จรับงเงิน ให้ล้างมือดีๆก่อนจะทานอะไร อย่างที่กล่าวขั้นต้น ดูเหมือนบิลเงินสดจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเซ็กสเสื่อม แต่ความจริงๆแล้วเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อหนีไม่ได้ การป้องกันตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด!

_____________________

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.vcharkarn.com/vnews/448274

http://talkaboutsex.thaihealth.or.th/news/612

4 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับถุงยางอนามัย

4 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับถุงยางอนามัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่อง “เรื่องถุงยางอนามัย” แล้วก็ต้องพ่วงเรื่องบนเตียงตามต่อมา และแม้ว่ามันจะถูกเรียกให้เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ในการคุมกำเนิด และป้องกันโรค แต่ว่ามันก็ยังถูกเคลือบด้วยความเชื่อและวัฒนธรรมในสังคม จนบางครั้งผู้ชายหลายคนอาจจะไม่กล้าใช้มัน หรือละเลยมันไป คราวนี้เราเลยขอเสนอความเชื่อที่ผิด (และเกือบถูก) เกี่ยวกับเรื่อง ถุงยางอนามัย กัน!

ถุงยาง ทำให้ความสุขทางเพศลดลง : ในปัจจุบันมีถุงยางหลายประเภทที่สามารถสร้างความสุขทางเพศได้เหมือนไม่ใส่ เช่นถุงยางบาง หรือมีปุ่มสัมผัสชวนสยิว อีกทั้งยังมีให้เลือกหลายรสชาด ซึ่งสามารถเลือกความแปลกใหม่ได้เรื่อยๆ ในขณะเดียวกันยังป้องกันตัวเองและคู่รักได้ด้วย

ถุงยางที่มีกลิ่น มีสีจะอันตราต่อน้องสาว : เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากสารเคลือบต่างๆจะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองทางการแพทย์ เพราะอย่าลืมว่าเจ้าถุงยางก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ควบคุมกำเนิดได้ ดังนั้นสารเคมีที่เคลือบบนถุงยางจะไม่เป็นอันตรายต่อเธออย่างแน่นอน

 

ภาพประกอบ Blog 1

 

ใช้ถุงยาง แสดงถึงความไม่เชื่อใจกัน : บางครั้งคู่รักของเราอาจจะบอกว่า ตัวเขาเองสะอาด ไม่ต้องใช้ถุงยางก็ได้ แต่จริงๆแล้วการใช้ถุงยางนั้น เป็นการแสดงความรักต่อตัวเอง และตัวเธอด้วย ไม่ใช่เรื่องของความไว้วางใจ แต่เป็นเรื่องสุขอนามัยของทั้งสองฝ่าย เพื่อจะได้เต็มที่กับกิจกรรมรัก โดยที่ไม่ต้องกังวงเรื่องการท้องโดยไม่พร้อม และกามโรคที่อาจมาแบบไม่รู้ตัว

ใช้เจลเพิ่มความเสียวได้ : เรื่องนี้ก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ข้อควรระมัดรวังคือการใช้สารหล่อลื่นต่างๆย่อมส่งผลต่อคุณภาพของถุงยางอนามัย และก็จะกลายเป็นเรื่องที่อันตรายถ้าใช้เจลร้อนมาเสริมการบรรเลงเพลงรัก เพราะอาจทำให้ถุงยางเสื่อม และขาดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้

ทั้ง 4 ความเชื่อเกี่ยวกับถุงยางนั้นอาจจะเกิดขึ้นกับบางคู่รัก แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราใช้ถุงยางเพื่อความปลอดภัยของคนทั้งคู่ เพราะถ้าเกิดโรคร้ายตามมา หรือมีความผิดพลดเกิดขึ้น มีหวังได้กุมขัมบตามๆกันแน่ จึงเล่าสู่กันด้วยความห่วงใยจาก BOND ครับบ

_________________

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.aidsthai.org/th/contents/view/121

http://www.sanook.com/men/9165/

Load More