“มะเร็งปากมดลูก” ถือเป็นโรคร้ายที่เป็นได้เฉพาะผู้หญิง เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตมากถึง 270,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 650 คน จริงอยู่ที่ บอนด์ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องของผู้ชาย แต่คราวนี้ขอเปลี่ยนแนวสักนิด เพื่อพูดถึงเรื่องของผู้หญิงบ้าง แต่บอกเลยว่าผู้ชายเองก็ต้องรู้ไว้เช่นกันเพื่อปกป้องคนที่เรารักได้

ขอเริ่มจากเชิงวิชาการสักนิด กว่า 99.7% ของผู้ป่วยเป็น มะเร็งปากมดลูก จะถูกตรวจพบไวรัส Human Papilloma Virus หรือเรียกสั้นๆว่า HPV ซึ่งตัวไวรัสชนิดนี้เองก็มีอยู่หลายชนิดหลายสายพันธุ์ด้วยกัน โดยส่วนมากจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายนัก เพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเรากำจัดมันออกไป แต่จะมีอยู่ 30 สายพันธุ์ ที่สามารถเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะเพศได้ โดยการติดเชื้อตัวนี้จะพบบ่อยสุดในผู้หญิงอายุระหว่าง 18 – 28 ปี และพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกอยู่ในช่วงอายุ 35-50 ปี เรื่องจากกระบวนการป่วยเป็นโรคได้จะกินเวลานานนับ 10 ปี

นอกจากนี้เจ้าไวรัส HPV ยังเป็นต้นตอของกามโรคอื่นๆด้วย เช่นโรคหูกหงอนไก่ เป็นต้น ว่าตามตรงคือเจ้าเชื้อโรคตัวนี้ จะแพร่พันธุ์ได้ดีผ่านการมีเซ็กส์นั่นเอง ซึ่งสามารถติดต่อได้ทั้งทาง ปาก ช่องคลอด ทางทวารหนัก นั่นหมายความว่าบางครั้งมะเร็งปากมดลูกอาจมีต้นเหตุมาจาก ผู้ชาย ก็ได้ ซึ่งถ้าใครที่มีคู่นอนหลายๆคู่ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคนี้ตัวนี้สูงมากๆ แต่ก็ใช่ว่ามีคู่นอนคนเดียวแล้วจะไม่มีโอกาสติดเลยนะ ถ้าเราดูแลตัวเองไม่ดี

 

Blog 01 ภาพประกอบ

 

เอาล่ะถึงตรงนี้แล้วขอแนะนำวิธีดูแลตัวเองให้ห่างจากไวรัส HPV ของผู้หญิงก่อน เริ่มจากต้องฉีดวัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก ได้จนถึงอายุ 21 ปี (ถ้าหลังจากนั้นประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลง) พร้อมตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก ประจำปี หากมีเซ็กส์ กำชับให้คู่นอนใส่ถุงยางอนามัยด้วย และหมั่นดูแลความสะอาดน้องสาว ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ล้างจุดซ่อนเร้นโดยเฉพาะ

ในส่วนของผู้ชายนั้นก็เหมือนกันก็คล้ายๆของผู้หญิงในส่วน ของการไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย การใส่ถุงยางอนามัยเวลาร่วมรัก รวมถึงการดูแลรักษาสุขภาพน้องชายให้ดีๆ ซึ่งของผู้ชายเอง ก็มี Bond Wash ที่ทำมาเพื่อล้างจุดซ่อนเร้นผู้ชายโดยเฉพาะ ให้ความสะอาดล้ำลึกพร้อมกลิ่นหอม มีให้เลือกถึง 3 สูตรด้วยกัน

ถ้าอ่านจบแล้ว จะรู้ได้เลยว่าได้เลยว่าเรื่อง “มะเร็งปากมดลูก” ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่หากผู้ชายมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นถ้าทั้งสองฝ่ายช่วยกันดูและซึ่งกันและกัน ก็ทำให้ห่างไกลจากโรคร้ายได้ไม่ยาก

__________________________________________________________________

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://health.kapook.com/view129918.html

http://inter.phyathai.com/medicalarticledetail/1/11/414/th

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1466654901

Comments

comments